การเรียนดนตรี ส่งผลดีต่อเด็กก่อนวัยเรียนระยะยาว

ดนตรีกับพัฒนาการด้านสมอง

จากการวิจัยของสหรัฐพบว่า การเรียนรู้จังหวะ และทำนอง รวมทั้งโทนสูงต่ำของดนตรี จะทำให้ก่อนวัยเรียน ทำผลทดสอบสติปัญญาทางด้านภาษาได้ดีขึ้นถึงกว่า 20% ซึ่งเด็กจากการทดสอบมากกว่า 90% มีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดนาย Silven Morino จากสถาบันวิจัยศักยภาพ Toronto ค้นพบว่าในกระบวนการเชิงสมองของเรา ดนตรีและสติปัญญา มีคตวามสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเหนียวแน่น แต่ในทางกลับกันการเรียนศิลปะกัลบไม่มีส่วยนช่วยให้สมองของเด็กพัฒนาในด้านภาษาเลย ครับก็นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อคิดสำหรับคุณแม่เด็กเล็กทั้งหลายนะครับ ว่าควรจะให้ลูกฟังดนตรีเยอะๆ โดยเฉพาะ คลาสสิกซึ่งมีโทนสูงต่ำอยู่ข้างในเพื่อพัฒนาด้านภาษา

สีเขียวกับความคิดสร้างสรรค์

รู้หรือไม่ว่ามีทีมวิจัยหนึ่งได้ทำการค้นคว้า ค้นพบจากการทดลองว่า เค้า่ได้พยายามแบ่งกลุ่มผู้ทดลองเป็ฯ 2 กลุ่มและให้ไขปัญหาง่ายๆด้านความคิดสร้างสรรค์เช่น จะนำดีบุกไปทำสิ่งประดิษฐ์อะไรบ้าง โดยกลุ่มทดลองที่หนึ่งจ้องมองกระดาษสีขาว ส่วนอีกกลุ่มผู้ทดลอง จ้องมองกระดาษสีเขียว ผลลัพธ์ที่ได้ช่างแปลกประหลาดใจเมื่อกลุ่มที่จ้องมองสีเขียวมีไอเดียความคิดมากกว่า ถึง 20% ฉะนั้นใครอยากพักปผ่อนสร้างไอเดีย หันกันมาจ้องสีเขียวกันนะครับ
ได้ผลอย่างไรมาแชร์กัรด้สน

การกระพริบตามีความหมายว่าอย่างไร

การหรี่ตา คือสิ่งที่มักปรากฎขึ้นมาในเวลาที่พวกเราถูกข่มเหง หรือเราได้เห็นอะไรที่ไม่ค่อยชอบเท่าใดนัก ซึ่งการกระทำนี้จะเกิดขึ้นเพื่อปกป้องสายตาของเราไม่ให้เห็นสิ่งอะไรที่ไม่อยากเห็น เพราะฉะนั้นหากเราต้องการจะจับโกหกใคร ให้ถามคำถามไปตรงๆและดูอาการทางสายตาของเขา ว่ามีอาการหรี่ตา กระพริบตา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหวาดระแวงนี้หรือไม่ ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนนะครับไม่มากก็น้อย สวัสดีครับ

ตอบคำถามการสัมภาษณ์ งานอดิเรกของคุณคืออะไร

ในการสัมภาษณ์งานมักมีคำถามหนึ่งซึ่ง มักถูกถามเสมอคือ งานอดิเรกของคุณคืออะไร?

ดูผิวเผินแล้วอาจมองว่าเป็นคำถามที่ตอบได้อย่างง่ายดาย อาจจะเป็นฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูภาพยนตร์ ซึ่งล้วนเป็นคำตอบที่เป็นไปได้หมดแต่ การตอบคำถามนี้ที่ดีควรย้อนกลับไปดูว่า เรากำลังสัมภาษณ์งานอะไร แล้วงานอดิเรกของเรามีความสัมพันธ์กับงานที่เราสัมทภาษณ์ไหม เพราะผู้สัมภาษณ์จะดูลักษณะของเราว่าเหมาะสมกับงานจริงๆแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากสัมภาษณ์งานด้านธนาคาร งานอดิเรกที่สัมพันธ์ควรจะเป็นการศึกาษเรื่องการลงทุน การวางแผนการออม การเล่นหุ้น การดูข่าวงเศรษฐกิจ จะทำให้เราดูใช่กับงานมารกขึ้นทีเดียว

การฝึกซ้อมวิ่งมาราธอน

หากคุณคือคนที่อยากจะเริ่มวิ่งมาราธอนนั้น เป็นการดีที่จจะได้ฝึกทั้งความแข็งแกร่งของร่างกาย รวมทั้งจิตใจที่ต้องต่าสู้กับความเหน่ือยยากลำบาก ลองมาวิ่งมาราธอนดูครับ ผมเชื่อว่าทุกวันนี้การวิ่งมาราธอนเป็นอะไรที่บูมขึค้นมามาก ใครๆก็วิ่งกัน หากคุณอยากเิร่มวิ่ง ง่ายๆเพียงแค่ซ้อมตารมนี้คือ
ในแต่ละสัปดาห์ให้วิ่งจำนวน 3-4 4 วัน โดย 2 หรือ 3 วันเป็นการวิ่งซ้อม 45 นาที และอีก1วันที่เหลทือเป็นการวิ่งระยะยาวอย่างน้อย 10 กิโล
ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆโดยคงการซ้อมที่ 45 นาที แต่ใน 1 อาทิตย์ให้เพิ่มวันที่ วิ่งระยะยาวจาก 10กิโล เป็น 11 12 13 ไปเรื่อยๆ เพียง 16 อาทิตย์คุณจะสามารถวิ่งระยะทางมาราธอน 42 กิโลได้ครับ
ลองดูกันนะ

ความแตกต่างระหว่างการทำงานกับเรียนหนังสือ

ในการทำงานนั้น มีความตึงเครียดอยู่มากกว่าเนื่องจากสิ่งที่เราทำ มีผลนอกจากแค่ตัวเราแต่เป็นกับองค์กร หากทำอะไรผิดพลากและมีผลกระทบกับคนอื่นผลยิ่งมีความเครียด มากกว่า แต่สำหรับการเรียนหนังสือนั้น ทำไม่ดีก็กระทบแค่ตัวเอง จึงไมา่เครียเดเท่าใดนัก และที่สำคัญ เวลาเรียน มีเวลาพักผ่อนปิดเทอมเยนอะมากมหาศาล ทำงานหยบุึดทั้งปี ได้เพียง 15 วันเป็นอย่างมาก แต่ตอนเรียน มีปิดเทอม ถึง 2 ครั้ง รวมกันก็ 4 เดือนไปแล้ว ทำให้หากต้องการทำอะไร ควรทำต้องแต่ตอนเรียนหนังสือที่ยังมีเวลา ตอนทำงานคุณจะไม่ค่อยเหลือเวลาเลยนะครับ

การผัดวันประกันพรุ่งอย่างสร้างสรรค์

การผัดวันประกันพรุ่ง ดูผิวเผินแล้วอาจเป็นอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง รหือบั่นทอนตัวเราไม่ให้ทำอะไรที่อยากทำสำเร็จ เพราะมันคือการเลื่อนสิ่งที่ต้องทำออกไปข้างหน้าๆ เหมือนการอ่านหนังสือ เวลาเรียนมหาลัย หากผัดวันประกันพรุ่ง ก็ไม่ได้อ่าน จะเป็นดินพอกหางหมู มีอะไรให้อ่านเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ว่ายังมีการผัดวันประกันพรุ่งที่สร้างสรรค์ หรือการผัดวันประกันพรุ่งที่ดี นั่นคือการที่เรามองว่าสิ่งใดไม่จำเป็นต้องทำ ทำแล้วไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆต่อตัวเรา มีแต่จะผ่อนคลายเช่น การดูทีวี การ เล่นเกมส์มือถือ การเล่นโซเชียล ไม่ควรใใช้เวลากับมันมากเกินไป เราควรผัดมันออกไป

เวลาที่อยากเล่นก็บอกกับตัวเองว่า อีก 5 นาทีค่อยเล่น หรือ 10 นาทีค่อยเล่น ค่อยๆเพิ่มเวลาไปเรื่อยๆ ผัดมันออกไป ถีบมันออกไป แล้วโกัสกับเป้าหมายของเราไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรืออ่านหนังสือ
เท่านี้ คุณก็จะสารมารถเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้ดีแล้ว

ฟังก์ชั่นเลข excel ง่ายๆ

สวัสดีครับเพื่อยนๆ ใครว่า excel ยาก ยกมือขึ้น! จริงๆแล้ว excel ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ต้องเข้าใจหลักการทำงานของมัน ซึ่งวันนี้ผมจะมาขอสอนฟังก์ชั่นพื้นฐานง่ายๆ ในการคำนวณ คณิตศาสตร์
ซึ่งในวันนี้จะสอนทั้งหมด 2 ฟังก์ชั่น ฟังก์ชั่นแรกคือ
1) sum เป็น การหาผลรวมของตัวเลขใน แถว หรือคอลัมน์ ยกตัวอย่างเช่นสูตร =sum(A1:A3) มีความหมายถึงการนำตัวเลขในช่อง A1, A2, A3 มารวมกัน
2) IF มีความหมายคือการทดสอบ ถ้า สิ่งใดเป็นจริงให้ทำสิ่งหนึ่ง ถ้าไม่จริงให้ทำอีกอย่างมีรูปแบบคือ =if(condition1,TRUE,FALSE) หมายความว่า ถ้า condition1 เป็นจริงให้ทำสิ่งที่อยู่ใน TRUE ถ้าเป็น เท็จให้ทำสิ่งที่อยู่ใน false ยกตัวอย่างเช่น IF(A1<50,A1+50,A1+40) มีความหมายคือถ้า  A1 มีค่าน้ยกว่า 50 จริงให้เพิ่มค่า A1 อีก 50 มิเช่นนั้นเพิ่มเพียง 40 เท่านี้แลหละัคร้ายบ คิดยังไงคอมเมั้นำด้เลยเน้ออออ

การเคี่ยวหมากฝรั่ง พัฒนาความจำ

การเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นมีผลดีช่วยในด้านความจำ เนื่องจาก

  • เพิ่มการหมุนเวียนของโลหิตไปยังสมอง
  • การเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้มีอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ช่วยในเรื่องสมาธิ ซึ่งส่งผลต่อการจดจำในระยะสั้น
  • นักวิทยาศาสตร์ทดลองให้กลุ่มตัวอย่างเคี้ยวหมากฝรั่งพบว่า สามารถทำการทดลองด้านความจำเช่น จดจำรูปภาพได้ดีขึ้น

โดยภาพรวมแล้ว นอกขากนี้การเคี้ยวหมากฝรั่งนังช่วยช่วยกระตุ้นสมองเพราะ เมื่อเคี้ยวไปแล้ว สมองจะสั่งการหลั่งสารฮอร์โมน ชื่อ อินซูลิน ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองในส่วนที่มีไว้รับรู้ความทรงจำนั่นเอง

สัตว์ที่ขนาดสมองใหญ่ที่สุด

สมัยก่อน มนุษย์ไดโนเสาร์คือสัตว์ที่เป็นใหญ่บนโลกเนื่องจากมันมีขนาดตัวและพละกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด สัตว์อื่นๆจึงเกรงกลัวไม่กล้ายุ่งโดยเฉพาะเจ้า T-REX แต่พอมาถึงช่วงมนุษย์ ซึ่งไม่ได้มีพละกำลังแข็งแรงที่สุด และยังมีจุดอ่อนมากมายแต่เชื่อหรือไม่ว่าเราเป็นเผ่าพันธ์ที่ปกครองโลกใบนี้ ซึ่งเป็นเพราะเรามีความชาญฉลาดมีการเรียนรู้ และอวัยวะที่ทำหน้าที่เหล่านี้ก็คือ “สมอง” นั่นเองครับ
หากจัดลำดับขนาดของสมองที่ใหญ่ที่สุดแล้ว จะเห็นว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีขนาดสมองใหญ่กว่าสัตว์ชนิดอื่น และขนาดสมองจะใหญ่ขึ้นตามร่างกายด้วยดังนี้

  1. ปลาวาฬ สเปิร์ม น้ำหนักสมองมากถึง 8 กิโลกรัม
  2. ช้าง น้ำหนักสมองรองลงมาที่ 5 กิโลกรัม
  3. ปลาโลมา น้ำหนักสมองที่ 1.7กิโลกรัม
  4. อันดับที่ 4 คือมนุษย์เราเองครับ น้ำหนักสมอง 1.5 กิโลกรัม

แต่ถ้าเทียบกันใน 4 อันดับนี้แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่ามนุษย์มีสัดส่วนสมอง เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวสูงที่สุด จึงทำให้เราเป็นเจ้าโลกครับ :  )